Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
ความโรแมนติกของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม
มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต
มีนาคม 29, 2017, 12:23:30 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: นี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกัน
 
  หน้าแรก   เว็บบอร์ด   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ความโรแมนติกของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  (อ่าน 1175 ครั้ง)

ป้อหลวงบ้าน
Administrator
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 8464 Level 74 : Exp 96%
HP: 27.2%

มุสลิมเชียงใหม่


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: มีนาคม 30, 2013, 08:58:04 am »
แบ่งปัน

    

   by:

   
   แบบอย่างของท่านนบีมุฮัมมัดต่อการแสดงความรักต่อภรรยา

   สตรีมุสลิมะฮ์ผู้มีเกียรติจะบอกว่า "ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เป็นแบบฉบับของบุรุษทั้งโลก" นั่นก็เพราะเธอใฝ่ฝันที่จะให้คู่ชีวิตของเธอที่มีแบบฉบับของท่านนบี ศ็อลลัลลออุอะลัยฮิวะซัลลัม

   ในฐานะสามีที่มีต่อภรรยา การพูดถึงท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม อันเกี่ยวกับชีวประวัติของท่านนั้นย่อมเป็นการฟื้นฟูความชื่นฉ่ำ และเพิ่มความศรัทธาให้เกิดขึ้นแก่หัวใจ เพราะท่านคือผู้เป็นที่รักของทุกหัวใจนั่นเอง
   
   ดังนั้นความโรแมนติก การปฏิบัติดี ทะนุถนอมจิตใจอันละเอียดอ่อน หมั่นสร้างรอยยิ้ม และความชุ่มฉ่ำให้เกิดขึ้นในหัวใจของผู้เป็นภรรยาอันเป็นที่รักนั้น ย่อมเป็นสิทธิหน้าที่อันพึงปฏิบัติของสามี ดั่งท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวไว้ความว่า

   

      "พวกท่านที่ดีเลิศสุดนั้น คือผู้ที่ดีเลิศที่สุดให้กับครอบครัวของเขา ส่วนฉันก็คือผู้ที่ดีเลิศที่สุดให้กับครอบครัวของฉัน" รายงานโดยอิบนุฮิบาน (4177)

   เพราะฉะนั้น กระผมเองจึงรู้สึกประทับใจและแทบไม่เชื่อว่า จะมีผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเป็นเหมือนท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และไม่ต้องสงสัยเลยว่าท่านเป็นบุคคลที่ดีเลิศที่สุดอีกทั้งเป็นแบบฉบับของบุรุษทั้งโลก
   
   ต่อไปนี้กระผมจะพูดถึงบางส่วนจากแง่มุมที่พิเศษของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ว่าท่านได้แสดงความรักต่อภรรยาของท่านอย่างไร? เนื่องจากอัลลอฮฺตะอาลาทรงตรัสว่า

   

      "อันแท้จริงในศาสนทูตแห่งอัลเลาะฮ์ ย่อมมีแบบฉบับอันดีงามสำหรับพวกเจ้า" : อัลอะห์ซาบ 21

   รายงานจากอะนัส

   

      "เราได้เดินทาง(จากค็อยบัร)ไปยังนครมะดีนะฮ์ ฉันได้เห็นท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้นั่งอยู่บนอูฐ แล้วท่านก็วางเข่าของท่านลงและท่านหญิงซอฟียะฮ์ก็วางขาของนางให้อยู่บนเข่าของท่านจนกระทั่งนางได้ขึ้นขี่บนอูฐ"(รายงานโดยบุคอรี 3889)

   ท่านอัลฮาฟิซฺ อิบนุฮะญัร ได้รายงาจากอุรวะฮ์ ความว่า

   

      "ท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้วางนางบนขาอ่อนของท่านเพื่อทำให้นางได้ขึ้นขี่อูฐ ดังนั้น นางจึงค่อย ๆ วางขาของนางไว้บนขาอ่อนของท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จากนั้นนางก็วางเข่าบนขาอ่อนของท่านและนางก็สามารถขึ้นขี่อูฐได้" ฟัตฮุลบารีย์

   ดังนั้น ท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ไม่ได้มีความอายแต่ประการใดที่จะมีเหล่าทหารได้เห็นฉากนี้ และท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมจะละอายทำไม ทั้งที่ท่านหญิงซอฟียะฮ์คือภรรยาผู้เป็นที่รักของท่าน

   ท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้มีความเป็นห่วงภรรยาของท่านเป็นอย่างยิ่ง แม้กระทั่งกรณีผู้บังคับอูฐได้เร่งรีบขบวนอูฐที่บรรดาภรรยาของท่านนบีใช้เป็นพาหนะเดินทาง รายงานจากท่านอะนัส ความว่า

   

      "ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ระหว่างการเดินทางนั้น ท่านได้มีคนใช้ผิวดำคนหนึ่ง ชื่อว่า อันญิชะฮ์ ได้มีหน้าที่บังคับขบวนอูฐที่บรรดาภรรยาของท่านนบีบางส่วนได้ใช้เดินทาง ซึ่งเขาได้ทำการกระตุ้นอูฐอย่างเร่งรีบ ท่านนบีจึงกล่าวว่า โอ้ อันญิชะฮ์ ท่านจงบังคับอูฐช้า ๆ อย่าทำให้จิตใจของพวกนางต้องตกใจกระทบกระเทือน"รายงานโดยบุคอรี (5683) และมุสลิม (4287)

   ในขณะที่เสียงพูดของบรรดาซอฮาบะฮ์ได้เบาลงครั้งเมื่อได้มีการกล่าวถึงชื่อภรรยาของพวกเขา แต่เราได้พบว่าท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมของเราได้ประกาศความรักของท่านที่มีต่อภรรยาต่อหน้าผู้คนทั้งหลาย รายงานจากอัมร์ บุตร อัลอาซฺ ซึ่งเขาได้ถามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมว่า

   

      "บุคคลใดที่เป็นที่รักยังท่านมากที่สุด ท่านนบีตอบว่า อาอิชะฮ์ ฉันถามอีกว่า แล้วผู้ชายล่ะครับ? ท่านนบีตอบว่า บิดาของนาง" รายงานโดยบุคอรี (3389)

   ภรรยาของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม คือท่านนางซอฟียะฮ์ บุตรี ฮุยัยย์ เล่าว่า

   

      "นางได้ไปหาท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เพื่อทำการเยี่ยมเยือนผู้เป็นสามีในขณะที่ท่านกำลังเอี๊ยะอฺติกาฟอยู่ในมัสยิดช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน นางได้พูดคุยกับท่านนบีได้ช่วงเวลาหนึ่ง ก็ทำการยืนขึ้นเพื่อขอตัวอำลา ดังนั้น ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จึงยืนขึ้นเพื่อเดินส่งนางจนกระทั่งถึงประตูหนึ่งของมัสยิด ซึ่งเป็นประตูบ้านของท่านนางอุมมุสะละมะฮ์ จึงมีชายสองคนจากชาวอันซ๊อรเดินผ่านมา ทั้งสองจึงให้สลามต่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จึงกล่าวแก่ทั้งสองว่า ท่านทั้งสองจงเดินทางสุภาพ เพราะเธอคนนี้คือ ท่านนางซอฟียะฮ์ บุตรี ฮุยัยย์ (ภรรยาของฉัน)" รายงานโดยบุคอรี(1894)

   แม้นว่าความสุขใดที่บุคคลหนึ่งพยายามทำตามแบบฉบับของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม แต่ทว่าบรรดาภรรยาของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมนั้น ได้รับความสุขฉันท์สามีภรรยายิ่งกว่าจนกระทั่งสตรีทั้งหลายต้องอิจฉา ดังนั้น เราไม่หวังบ้างหรือที่จะดำเนินชีวิตร่วมกับภรรยาโดยรักษาไว้ซึ่งสิทธิและความรู้สึกที่ละเอียดอ่อนของนางให้มากกว่าสิ่งอื่นใด ยิ่งกว่านั้น เราต้องเอาใจใส่ต่อครอบครัว มีความรักเมตตาอาทรต่อพวกเขา เพื่อนำมาเป็นแบบฉบับที่ดีจากความเป็นหัวหน้าครอบครัวของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ซึ่งท่านได้กล่าวว่า

   

      "พวกท่านที่ดีเลิศสุดนั้น คือผู้ที่ดีเลิศที่สุดให้กับครอบครัวของเขา ส่วนฉันก็คือผู้ที่ดีเลิศที่สุดให้กับครอบครัวของฉัน" รายงานโดยอิบนุฮิบาน(4177)

   ท่านหญิงอาอิชะฮ์เล่าว่า

   

      "นางได้จะทำการอาบน้ำพร้อมกับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ในภาชนะเดียวกัน ดังนั้นท่านนบีและนางจึงรีบไปที่ภาชนะนั้นพร้อม ๆ กัน ท่านนบีจึงกล่าวแก่นางว่า เธอจงปล่อย(ภาชนะ)ให้ฉันก่อนซิ ท่านหญิงอาอิชะฮ์ก็กล่าวเช่นกันว่า ท่านปล่อยให้ฉันก่อนซิ(ด้วยการหยอกเย้าฉันท์สามีภรรยา)"

   และท่านหญิงอาอิชะฮ์ กล่าวเช่นกันว่า

   

      "ฉันกำลังดื่มน้ำ ขณะที่ฉันมีประจำเดือน แล้วท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็เอาน้ำไปดื่ม โดยท่านได้เอาริมฝีปากของท่านวางบนสถานที่ที่ริมฝีปากของฉันได้ทำการดื่ม" รายงานโดยมุสลิม (453) และอันนะซาอี (377)

   ท่านอิมามอันนะวาวีย์ได้กล่าวว่า

   

      "ได้มียืนยันในฮะดิษซอฮิห์จากท่านหญิงอาอิชะฮ์ ร่อฏิยัลลอฮุอันฮา ท่านนางกล่าวว่า ท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้ ได้นอนพิงบนตักของฉันโดยขณะฉันมีประจำเดือนและท่านนบีก็ทำการอ่านอัลกุรอานให้ฟัง" รายงานโดยบุคอรี(288)

   รายงานจากท่านนางมัยมูนะฮ์ ร่อฏิยัลลอฮุอันฮา ว่า

   

      "ท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้เข้ามาหาภรรยาคนหนึ่งคนใดจากเรา โดยที่นางมีประจำเดือน ดังนั้น ท่านร่อซูลุลลอฮ์ก็จะวางศีรษะบนตักของนาง แล้วทำการอ่านอัลกุรอานให้ฟัง" รายงานโดยท่านอะห์หมัด (25582)

   แม้ท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จะมีภรรยาหลายคน แต่ท่านร่อซูลุลลอฮ์ผู้เป็นจอมทัพและเป็นศาสนทูต ก็ให้ความเอาใจใส่และให้ความรักความเป็นห่วงอยู่สม่ำเสมอ รายงานจากท่านอิบนุอับบาส เขากล่าวว่า

   

      "เมื่อท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้นั่งที่มุซ๊อลลา(สถานที่ละหมาดประจำของท่าน) ผู้คนทั้งหลายก็นั่งรอบ ๆ ท่านจนกระทั่งดวงอาทิตย์ขึ้น หลังจากท่านก็เข้าไปหาภรรยาของท่านทีละคน ๆ โดยให้สลามและขอดุอาให้แก่พวกนาง ดังนั้นเมื่อถึงเวณที่ท่านนบีจะต้องอยู่กับภรรยาคนใดคนหนึ่ง ท่านก็จะอยู่กับภรรยาคนนั้น" ฟัตหุลบารีย์

   ท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เป็นผู้ให้ความช่วยเหลืองานบ้านของบรรดาภรรยาที่ประเสริฐยิ่ง ท่านหญิงอาอิชะฮ์ได้รายงานไว้หลายสายรายงานด้วยกันเกี่ยวกับการที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ช่วยทำงานบ้าน ท่านหญิงอาอิชะฮ์ได้ถูกถามว่า

   

      "อะไรบ้างหรือที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้ทำงานในบ้าน? ท่านหญิงกล่าวว่า ท่านร่อซูลุลลอฮ์ได้ทำงานบ้านเป็นประจำ และเมื่อได้ยินเสียงอะซาน ท่านก็จะออกจากบ้าน" รายงานโดยบุคอรี (4944)

   ท่านอิบนุฮิบบานได้รายงานจาก อุรวะฮ์ จากบิดาของเขา ว่า ฉันได้กล่าวถามท่านหญิงอาอิชะฮ์กล่าวว่า

   

      "อะไรบ้างที่ท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้ทำงานบ้าน? ท่านหญิงกล่าวว่า ท่านร่อซูลลุลอฮ์ได้ทำการเย็บสื้อ เย็บรองเท้า และทำงานเหมือนกับที่บรรดาผู้ชายได้ทำงานในบ้านของพวกเขา" ฟัตหุลบารีย์ อธิบายฮะดิษที่(5579)

   ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ยังคงรักษาสัญญามั่นต่อท่านนางค่อดีญะฮ์ภรรยาคนแรกของท่านตลอดระยะเวลาที่นางมีชีวิตอยู่ โดยท่านมิได้ทำการแต่งงานกับสตรีท่านใดเลยจนกระทั่งนางได้จากไป และหลังจากที่นางได้เสียชีวิตแล้วนั้น ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็มักจะประกาศต่อหน้าผู้คนทั้งหลายกับความรักของท่านที่มีต่อนาง ท่านยังได้ทำดีต่อบรรดาเพื่อน ๆ ของนางเพื่อให้เกียรติต่อการรำลึกถึงนาง จนกระทั่งท่านหญิงซัยยิดะฮ์ อาอิชะฮ์ ร่อฏิยัลลอฮุอันฮา ได้กล่าวว่า

   

      "ฉันไม่เคยหึงหวงจากภรรยาคนใดของท่านนบียิ่งไปกว่าท่านนางค่อดีญะฮ์เลย และฉันก็ไม่เคยเห็นนางแต่ทว่าท่านนบีได้กล่าวระลึกถึงนางเป็นอย่างมาก บางครั้งเมื่อท่านได้ทำการเชือดแกะ แล้วทำการชำแหละอวัยวะต่าง ๆ ของมัน หลังจากนั้นท่านก็ได้ส่งมอบมันให้เป็นของกำนัลแด่บรรดาเพื่อน ๆ ของท่านนางค่อดีญะฮ์ และในบางครั้งฉันได้กล่าวแก่ท่านนบีว่า "เสมือนกับว่าไม่มีสตรีคนใดในโลกดุนยานี้อีกแล้วนอกจากค่อดีญะฮ์" ดังนั้นท่านนบีจึงกล่าวว่า "นางเป็นสตรีที่ประเสริฐ มีสติปัญญาเฉียบแหลม และนางได้กำเนิดบุตรให้แก่ฉัน" รายงานโดยบุคอรีย์ (3534)

   จะเห็นได้ว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จะมีความโรแมนติกกับท่านหญิงค่อดีญะฮ์มากกว่าใคร ๆ เพราะแม้ว่านางจะเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม แต่ทว่าท่านยังกล่าวหวนรำลึก ทำดีต่อมิตรสหายของนาง ท่านมีความโรแมนติกจนกระทั่งท่านหญิงอาอิชะฮ์ต้องเกิดความหึงหวง แต่ความหึงหวงก็เป็นความน่ารักและเป็นเครื่องประดับของสตรี
   
   สิ่งที่ผมได้นำเสนอมานั้น บุรุษทั้งหลายคงได้ทราบถึงความโรแมนติกของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ในบางแง่มุมที่ท่านได้เผยให้เราได้ทราบ นั่นก็เพื่อเป็นบทนำและแบบฉบับต่อสามีที่ต้องนำไปปฏิบัติต่อภรรยา และครอบครัวจะได้มีความอบอุ่นและอบอวลไปด้วยกลิ่นไออันหอมหวานแห่งอิสลาม
   
   http://www.sunnahstudent.com

   
   
   
    

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 30, 2013, 09:00:08 am โดย ป้อหลวงบ้าน » บันทึกการเข้า

วันเวลาที่ผ่านไปมันไม่ใช่แค่ทำให้คนเราชรา มันยังทำให้เราโตขึ้น ทุกวันๆ ทำให้เรารู้มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจโลกในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น รู้จักชีวิตดีขึ้น ศรัทธาชีวิตมากขึ้น นั่นหรือมิใช่ความน่าจะเป็นไปของผู้คน หรือแค่เพียงให้ได้เกิดมาแล้วก็ตาย ให้ครบรอบวัฏสงสาร   จอมยุทธ
dildola
Newbie
*

Karma: +0/-0
กระทู้: 6 Level 2 : Exp 13%
HP: 1.5%


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 13, 2017, 12:38:26 pm »
แบ่งปัน



บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service



Powered by SMF 1.1.12 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal
| Sitemap