Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3

Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
มัสยิด(มัรกัสยะลา) กับคนดะวะฮฺ
Welcome Guest, please login or register.
มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มัสยิด(มัรกัสยะลา) กับคนดะวะฮฺ  (อ่าน 7111 ครั้ง)

อับดุลการีม
Sr. Member
****

Karma: +0/-0
กระทู้: 356 Level 15 : Exp 28%
HP: 0.1%


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: สิงหาคม 13, 2011, 08:57:24 am »
แบ่งปัน

มัสยิด(มัรกัสยะลา)




ที่มัสยิดอานุร มัรกัสยะลา ศูนย์ดะวะห์ (ศาสนาสถานปฏิบัติศาสนกิจของพี่น้องชาวไทยมุสลิม) ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา
salam...

เท่าที่ทราบมานะครับ............
ที่ดินทั้งหมด 1,850 ไร่................
1 ไร่จะมี 10 ห้องๆหนึ่งมีขนาดประมาณ 5 คูณ 20 เมตร...........
ห้องหนึ่งราคา 50,000 บาท...ไร่หนึ่งราคา 500,000 บาท.......(จ่ายสดนะครับแต่หลังๆนี้ไม่แน่ใจแต่ส่วนใหญ่จ่ายสด)
คืนฮัลเกาะฮฺ...มัรกัสส่งตัวแทนมาตัสเกลเรื่องนี้ครับ............
ในสัญญาระบุไว้ 18 เดือน...แต่มัรกัสขอแค่ 18 วัน จ่ายให้หมด 280 ล้านบาท........
อัลฮัมดูลิลลาฮฺ...เด็กที่บ้านที่เรียนมัรกัสบอกว่า ตอนนี้ได้เกินเป้าที่เขาต้องการแล้ว..........
ที่มัรกัสรีบบี้ให้ได้โอนไวๆก็เพื่อจะให้ทันทำอิจตีมะอฺโลกที่กำลังใกล้เข้ามา.............
ตอนนี้มีแค่ 2 ที่ๆสามารถจัดอิจตีมะอฺโลกได้คือที่บังกลาเทศและปากีสถาน...........
มีการมูซอรัตเกี่ยวกับสถานที่ๆสามารถจัดอิจตีมะอฺโลกได้...สุดท้ายมาลงที่ไทยแลนด์...........
เนื่องจากประเทศไทยเป็นเมืองเที่ยว.......เปิดเสรีให้กับทุกๆชาติที่จะเข้ามา...........
อีกอย่างเศรษฐกิจของไทยก็ขึ้นอยู่กับชาวต่างชาติที่เข้ามาด้วย...........
ลองปิดประเทศไม่ให้ใครเข้ามา...เศรษฐกิจล่มแน่...........
เอาแค่การจัดโยรที่ผ่านๆมา....จัดแค่3-4วัน...........
เงินหมุนเวียนในโยรก็หลักร้อยล้านแล้ว............
คือได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย...............
พื้นที่ 1,850 ไร่ มีรางรถไฟกั้นอยู่ตรงกลางแบ่งเขตไว้เรียบร้อยแล้ว........
โดยเขาจะแบ่งเขตผู้ชายเขตผู้หญิงโดยมีรางรถไฟแบ่งเขตไว้.........(พื้นที่ผู้ชายจะมีมากกว่านิดหนึ่ง)...
มัสยิดเขาจะสร้างให้จุคนเป็นแสน(ถ้าจำไม่ผิด)...........
มีสาธารณูปโภคครบครัน มีโรงบาลสำหรับชายและเด็กออนลี่ มีโรงบาลสำหรับหญิงและเด็กออนลี่......
มีสถานศึกษาอาลิมอาลีมะฮฺฮาฟิซฮาฟีเซาะฮฺ...........
แล้วก็ตั้งชื่อเรียบร้อยแล้วว่า "มาดีนาตุลนูร"...........
แล้วก็มีแผนที่จะสร้างสนามบินนานาชาติด้วย.............
อันนี้เท่าที่รู้มานะครับ..........
บัง ADB น่าจะมีรายละเอียดมากกว่านี้นะครับ............

ปล.ในสัญญาถ้าดูๆแล้วก็อาจบอกได้ว่ามัดมือชก............
เนื่องจากคนที่ซื้อที่ดินต้องทำตามเงื่อนไขที่มัรกัสวางเอาไว้อย่างเคร่งครัด...........
ตัวอย่างอาทิ...จะทำอะไรต้องแจ้งมัรกัสให้ทราบก่อน....ต้องไม่ทำในสิ่งที่ฮารอมและผิดกฎหมาย............. cool2:
ถ้าทำ...มัรกัสจะเตือนแค่สามครั้ง...ถ้าไม่ยอมทำตาม...ก็เชิญออกไป............ cool2:
โดยที่มัรกัสจะขอซื้อที่คืนในราคา2เท่าที่ท่านซื้อมาหรือเท่าที่ท่านซื้อมาหรือตามแต่ที่มูซอรัตได้ตัดสิน...... cool2:
ถ้าคน1คนใดในบ้านท่านทำผิด....เตือนเหมือนข้างบน....ยังไม่เปลี่ยนแปลงอีก........... cool2:
ก็ต้องให้เขาไปอยู่ที่อื่นหรือไม่ก็ไปให้หมดเลย......ที่ดินก็จะซื้อคืนตามเงื่อนไขด้านบน.......... cool2:
อะไรประมาณนี้ละครับ......... cool2:

ปล.ขำนิดขำหน่อยที่เด็กมัรกัสบอก.......... cool2:
คนที่ไปซื้อที่ดินบางคนนะครับ............ cool2:
พกเงินเป็นหมื่นเป็นแสน....บางคนก็ใส่ถุงอ้อร้อ...บางคนก็ใส่ซองกาแฟซองคอฟฟี่เมต..... cool2:
เดินถือไปแบบนั้นแหละครับไปซื้อที่ดิน.......... cool2:
และก็มีเหมือนกันที่ซื้อล้าน1แล้วยกให้มัรกัสฟรีๆเลย.........มาชาอัลลอฮฺ......... cool2:

ปล.ถ้ามีอะไรอัพเดตแล้วจะมาเล่าสู่กันฟังครับ........... mycool:



wassalam...

งานดาวะฮ์ในแม่ฮ่องสอน 

ดาวะฮ์ตามความหมายตรงตัว (จากภาษาอาหรับ) แปลว่าชักชวนในที่นี้ใช้เป็น
ความหมายถึงการเชิญชวนผู้คนให้ฟื้นฟูศาสนา ปรับปรุงการปฏิบัติศาสนกิจของตนเอง
ผู้คนในครอบครัว สังคม ตลอดจนกว้างไกลขนาดเชิญชวนทุกคนในโลกที่เป็นมุสลิม
ให้สนใจปรับปรุงตนเองในเรื่องของหน้าที่ต่อพระเจ้า เช่น การปฏิบัติศาสนกิจ
การรำลึกถึงพระเจ้าตลอดจนฟื้นฟูแบบอย่างของท่านศาสดา 
(ศ็อล) ไม่ว่าจะเป็นการกิน อยู่ นอน ตลอดจนการดำเนินชีวิตในทุกด้านให้มาอยู่

ในการดำเนินชีวิตของผู้คน เป็นงานที่ท่านศาสดาเคยปฏิบัติและสาวกทั้งหลายก็สืบทอดกันมาจน
ถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ดีมีนักปราญของอิสลามหลายกลุ่มไม่เห็นด้วยกับหลักการปฏิบัติของกลุ่ม
ดาวะฮ์ซึ่งก็เป็นความคิดเห็นที่แตกต่างในบางแง่มุมเท่านั้น งานดาวะฮ์มีศูนย์กลาง
ของงานระดับโลกที่มัสยิดนิซามุดดีน ตั้งอยู่เขตกรุงนิวเดลีแต่เป็นชานเมืองทั้เพราะผู้ริเริ่มการฟื้นฟูงานนี้คนล่าสุดชื่อ เมาลานา “อิลยาส”
(คำว่าเมาลานาใช้เป็นคำยกย่องผู้ที่มีความรู้ทางศาสนาคล้าย ๆ 
กับสมณศักดิ์หรือขีดขั้นของระดับความรู้) ท่านเป็นชาวตำบลเมวัต ที่ตั้งของมัสยิดนิซามุดดีนนั่นเอง งานนี้จึงเริ่มต้นฟื้นฟูจากที่นั่นอีกครั้งหนึ่งจนแพร่กระจายไปทั่วโลกในปัจจุบัน


โดยยึดหลัก 6 ประการ ในการเชิญชวนผู้คนสู่การปฏิบัติคือ

 1. ยึดมั่นต่อการปฏิญาณตนว่า “ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮและศาสดามูฮำหมัด
เป็นศาสนทูตของพระองค์ โดยการปฏิบัติตามคำสั่งของพระเจ้าและศาสดาอย่างเคร่งครัด
2. ปฏิบัตินมาซ (นมัสการ) ตามเวลาโดยเคร่งครัด
3. แสวงหาความรู้ (อิลมู) และรำลึกถึงพระผู้เป็นเจ้าเสมอ ๆ
4. ให้เกียรติต่อมุสลิมผู้อาวุโส ต่อผู้คนทั่วไปและให้ความรักแก่เด็ก ๆ
5. มีความบริสุทธิใจ (อิคลาส) ต่อการปฏิบัติในทุก ๆ การงาน
6. ต้องออกจากบ้านด้วยการเสียสละไปเชิญชวนพี่น้องมุสลิมจากมัสยิดหนึ่งไปยังอีก
มัสยิดหนึ่ง จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง หรือแม้แต่จากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่งมีกำหนด 3 วัน 
40 วัน หรือ 4 เดือน แล้วแต่ความสามารถจะอำนวย

จากหลักการ “จากมัสยิดหนึ่งสู่อีกมัสยิดหนึ่งนี้เองที่ทำให้งานดาวะฮ์หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ตับลีฆ” 
กระจายสู่ทุกภูมิภาคและเกือบทุกประเทศในโลกมีการเชื่อมโยงการทำงานระหว่างกันโดยผ่านศูนย์เรียกว่า
“มัรกัส” ประเทศไทยมีมัรกัสหรือศูนย์ใหญ่อยู่ที่ มีนบุรี กรุงเทพ และที่จังหวัดยะลา ส่วนแต่ละจังหวัดหรือภาค
ก็จะมีศูนย์ย่อยเพื่อรับโปรแกรมการทำงานที่ถูกวางโดยคณะ “ชูรอ” 
(คล้ายกับคณะกรรมการหมายถึงผู้รับผิดชอบตามลำดับชั้นของศูนย์) 

ในการปรึกษาหารือในกิจการของงานดาวะฮ์จะใช้การประชุมภาษาอาหรับเรียกว่า “มูชาวาเราะฮ์”
โดยจะมี “อามีร” (หัวหน้า) เป็นผู้ควบคุมการประชุมและเป็นผู้ตัดสินโดยฟังความคิดเห็น
จากผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนก่อนการตัดสิน

ขอลำดับข้อมูลว่า “งาน” หรือ “โปรแกรมงาน” หรือเรื่องที่จะเข้าสู่การประชุมจะจำกัดใน 6 
ข้อที่เป็นหลักการเชิญชวนสู่การปฏิบัติเท่านั้น เพียงแต่ในการประชุมจะซักถามปัญหาการทำงานในแต่ละพื้นที่
โดยอามีรจะเป็นผู้แนะนำหรือสอบถามความเห็นในที่ประชุมก่อนการเสนอแนะ สำหรับแต่ละพื้นที่จะเน้น
ให้คณะทำงานไปพยายามสร้างงาน 5 อย่างให้เกิดขึ้นคือ

1. ตะอลีม (การเรียนรู้) ผลัดเปลี่ยนกันอ่านวิชาการศาสนาโดยใช้หนังสือ “ฟาซอเอลอา-
มาล” (คุณค่าของการปฏิบัติ) โดยให้มีการตะอลีมที่บ้านทุกบ้านและจัดให้มีการตะอลีมเช่นเดียวกับข้อ 
1 ที่มัสยิด อย่างน้อยวันละ 1 ครั้งทุกมัสยิด

2. กัช 1 (กัชหมายถึงการออกเยี่ยมเยียนบ้านมุสลิมทุกบ้านเพื่อเชิญชวน 1 ครั้งต่อ 1 รอบ
สัปดาห์

3. กัช 2 คือการออกเยี่ยมมุสลิมที่อยู่นอกพื้นที่แต่เป็นช่วงระยะทางใกล้ ๆ ที่สามารถเดิน
ทางไปและกลับได้ในวันเดียว

4. ให้มีการประชุมที่มัสยิดทุกวัน (มูชาวาเราะฮ์)

5. มุยาฮาดะฮ์ (เสียสละ) ออกจากบ้านไปยังอีกมัสยิดหนึ่งโดยใช้เวลา 3 วัน ในรอบ 1
เดือน เพื่อไปทำการเชิญชวนยังมัสยิดที่ไกลออกไป

อนึ่งในการออกทำงานศาสนาที่เรียกว่า “ดาวะฮ์” นี้ให้ใช้จ่ายด้วยเงินของตนเองห้าม
การขอยืมหรือเรี่ยรายใด ๆ ทั้งสิ้น และงานดาวะฮ์นั้นห้ามเกี่ยวข้องกับการเมืองไม่ว่า
จะในทางใดก็ตามเป็นข้อห้ามอย่างเด็ดชาด ตลอดจนห้ามสร้างความเดือนร้อนรำคาญต่อมัสยิด
ที่เดินทางไปพักพิงขณะทำงาน

การรวมตัว

การรวมตัวในงานดาวะฮ์มี 3 ระดับ แล้วแต่ระดับความสำคัญกล่าวคือ

1. การมูชาวาเราะฮ์ (การประชุม) หมายถึงการประชุมในแต่ละคณะทำงาน (แต่ละคณะที่
ออกไปทำงานจะไม่เกิน 15 คน) หรือประชุมเฉพาะผู้รับผิดชอบ (ชูรอ) 

ในแต่ละระดับ เช่น ระดับจังหวัด ระดับภาค หรือ ระดับประเทศ ระดับภาคก็จัดกันในภูมิภาคของคน
เช่น ภาคเหนือก็จัดในพื้นที่ภาคเหนือโดยสับเปลี่ยนกันตามมัสยิดในจังหวัดต่าง ๆ 
แล้วแต่ที่ประชุมจะกำหนดให้มัสยิดไหนรับผิดชอบจัดการประชุมในรอบต่อไป 
การนัดหมายก็ประกาศกันในที่ประชุมนั้น ๆ โดยไม่มีเอกสารหรือหนังสือเชิญ
แต่อย่างใดที่เป็นอยู่ในปัจจุบันการประชุมภาคเหนือจะจัดขึ้น 2 เดือนต่อ 1 ครั้ง 

โดยครั้งนี้จะจัดที่มัสยิด “อัล-อิศลาห์” อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในวันที่ 

14 กุมภาพันธ์ 2547 ส่วนการประชุมระดับประเทศจะจัดที่ “มัรกีสมีนบุรี” 
กรุงเทพและที่ “มัรกัสยะลา” จังหวัดยะลาโดยผู้รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่จะส่งตัวแทนไปร่วมประชุม
และรับคำแนะนำมาสู่การปฏิบัติเช่นเดียวกับการประชุมระดับประเทศก็จัดขึ้นที่ประเทศอินเดียบริเวณ 
“มัสยิดนิซามุดดีน” เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ผู้

ฟื้นฟูงานนี้โดยแต่ละประเทศก็จะมีส่งตัวแทนไปร่วมประชุมปีละ 1 ครั้ง
การประชุมจะใช้เวลาประมาณ 6 –7 ชั่วโมง

2. การจัด “โยร” (อ่านว่า โยด) หมายถึงการรวมตัวของคณะทำงานที่อยู่ในระหว่างออก
ทำงาน 3 วัน 40 วัน หรือ 4 เดือน หรือประชาชนทั่วไปที่สามารถเดินทางไปร่วมได้โดย
จำกัดเขตพื้นที่เช่น ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ในการจัดโยรแต่ละครั้งจะใช้เวลา 24 ชั่วโมง
มีการบรรยายศาสนาทุก ๆ หลังเวลาละหมาดด้วยการเชิญชวนทุกคนออกทำงานศาสนาและจบลงด้วย
การจัดสรรผู้จะออกทำงานศาสนาเป็นชุด ๆ และส่งไปยังที่ต่าง ๆ

3. การจัด อิสติมาอ” (อ่านว่า อิด-ติ-มา) หมายถึงการชุมนุมใหญ่ระดับประเทศหรือระดับ
โลกใช้เวลา 3 วัน โดยมีกิจกรรมคล้ายกับ “โยร” เพียงแต่ใช้เวลามากกว่า ค่าใช้จ่ายในการจัดประชุม,
โยร, หรืออิสติมาอ จะมีผู้บริจาคมากมายจากมัสยิดต่าง ๆ ตามความสามารถหรือประชากรในพื้นที่ ๆ
เป็นผู้รับผิดชอบการจัดจะขอรับผิดชอบเองก็ตามสมัครใจ

จากการได้เคยสังเกตการณ์ใกล้ชิดกับงานนี้ในระดับหนึ่ง เห็นว่างานนี้เป็นงานหนึ่งที่ชักชวนผู้คนให้ปฏิบัต
ิการดีและละเว้นจากความชั่ว งานนี้อีกเช่นเดียวกันที่ฝึกฝนบุคคลผู้ออกไปปฏิบัติให้อยู่ในบทความเรื่อง “ดาวะฮ์” 
นี้ผู้เรียบเรียงพยายามขยายความหมายของศัพท์ตามความเข้าใจ

กรอบขอบเขตของข้อบังคับ (ข้อบังคับปลีกย่อยเคร่งครัดมาก) สร้างระเบียบวินัย
ตลอดจนจริยธรรม คุณธรรมต่อผู้ออกทำงานได้จนสามารถทำให้หลายคนที่เป็นคนเกเร 
หรือ ติดยา หรือ เป็นบุคคลไม่พึงประสงค์ของสังคมเมื่อออกไปทำงานนี้ 3 วัน หรือ 40 วัน หรือ 4 เดือน 
ตามความสามารถจนครบกำหนดตามความตั้งใจแล้วส่วนใหญ่บุคคลเหล่านั้นกลับมาเป็นคนดีของสังคมได้ 
แต่ก็มีบางคนที่รักษาตัวได้ในระหว่างออกทำงานแต่เมื่อกลับมาก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นเช่นกัน 
จึงขึ้นอยู่กับสำนึกรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมของแต่ละบุคคล 

หากมีข้อความใดที่ผิดพลาด ผู้เขียนขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วย และหากมีข้อแนะนำผู้เขียนจักขอบคุณยิ่ง
ฮัจยีอุสมานอัลอาลัม

(สุริยา อร่ามวงศ์)
คอเต็บมัสยิดญามีอาตุลอิสลาม
12 กุมภาพันธ์ 2547




http://www.sunnahstudent.com/forum/index.php?topic=5249.0

http://www.maesariang.com/muslim/www/2/2.htm
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 13, 2011, 09:09:50 am โดย อับดุลการีม » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service