Deprecated: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in /home/www/virtual/muslimchiangmai.net/htdocs/Sources/Load.php(251) : runtime-created function on line 3
การอพยพของชาวจีนมุสลิมเชื้อสายยูนนาน สู่เชียงใหม่
ข่าว: นี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกัน


มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

     กระดานเสวนาเพื่อการศึกษา แลกเปลี่ยน เรียนรู้  เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ใช้เพื่อสำหรับการเก็บรวบรวมความรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามวิถีชีวิตเรื่องราวที่น่าสนใจ ศิลปวัฒนธรรมของคนล้านนาและคนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในถิ่นล้านนาที่น่าสนในจากเว็บอื่นๆหรือจากสมาชิกที่เขียนขึ้นหรือแสดงความคิดเห็นจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อการค้นหาข้อมูลได้ง่ายขี้นสำหรับผู้ที่สนใจในการสืบค้นข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในการศึกษาและเรียนรู้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปเผยแพร่เพื่อส่งเสริมในการกระทำอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน 

อ่านกระทู้ด้านศาสนาหรือกระทู้ใด ๆโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ  

สนับสนุน เพื่อไม่่ให้ เว็บมุสลิมเชียงใหม่ หายไปจากระบบ 

โดยบริจาค เพื่อสนับสนุนเว็บ
ชื่อบัญชี  นายชุมพล  ศรีสมบัติ  ธนาคารกรุงไทย  สาขาสันป่าข่อย เชียงใหม่  เลขที่บัญชี 502-0-13164-4

 


เริ่มนับ 23 July 2011 08.30 น.

หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: การอพยพของชาวจีนมุสลิมเชื้อสายยูนนาน สู่เชียงใหม่  (อ่าน 6061 ครั้ง)

ป้อหลวงบ้าน
Administrator
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 8569 Level 75 : Exp 42%
HP: 25.4%

มุสลิมเชียงใหม่


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: เมษายน 10, 2010, 02:51:08 pm »
แบ่งปัน

การอพยพของชาวจีนมุสลิมเชื้อสายยูนนาน *      ในจังหวัดเชียงใหม่มีมุสลิมที่มีเชื้อสายจีน ซึ่งส่วนใหญ่อพยพมาจากมณฑลยูนนาน (ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน) นับตั้งแต่ช่วงกลางศตวรรษที่ 19 และปัจจุบันได้อาศัย กระจายตามที่ต่างๆ ของอำเภอฝาง อำเภอแม่อาย และอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่มีมัสยิดที่เป็นศูนย์กลางของชุมชนมุสลิมจีน รวมทั้งหมด 7 มัสยิด ได้แก่

1. มัสยิดอัลเอี๊ยห์ซาน ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านยาง ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง

2. มัสยิดอัลอีมาน ตั้งอยู่ในตัวอำเภอฝาง

3. มัสยิดอัลอักซอ ตั้งอยู่บนดอยอ่างขางตำบลแม่งอน อำเภอฝาง

4. มัสยิดอัสซะฮาดะฮ์ ตั้งอยู่หัวฝาย ตำบลโปร่งน้ำร้อน อำเภอฝาง

5. มัสยิดอัลเราะฮ์มะ ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย

6. มัสยิดเฮดายาตูลอิสลาม (บ้านฮ่อ) ตั้งอยู่ย่านศูนย์การค้าไนท์บาซ่า อยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง

7. มัสยิดอัต-ตักวา ตั้งอยู่ย่านวัดเกต ซึ่งอยู่บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง ถนนหน้าวัดเกต ซอย 1 อำเภอเมือง

         ชาวมุสลิมที่มีเชื้อสายชาวยูนนานนั้น ส่วนใหญ่เป็นพวกพ่อค้าที่เดินทางมาค้าขายบริเวณมณฑลยูนนาน เข้าสู่ประเทศพม่า ลาว และเข้าสู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย คนกลุ่มนี้จะถูกคนพื้นเมืองทางภาคเหนือเรียกว่าเป็นพวก “จีนฮ่อ” ซึ่งมีเอกลักษณ์ทั้งทางด้านภาษา วัฒนธรรม วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ที่มีลักษณะเฉพาะแตกต่างไปจากชาวจีนโพ้นทะเลกลุ่มอื่นๆ ที่อพยพเข้ามาในประเทศไทย (ที่มาของคำว่า “ฮ่อ” นั้นยังคงเป็นปริศนาและมีความซับซ้อนว่ามีที่มาจากที่ใด เพราะเหตุไรชาวยูนนานจึงถูกเรียกว่า “ฮ่อ” ทั้งที่ชาวยูนนานเองก็ไม่ได้เรียกตัวเองว่า “ฮ่อ” ปัจจุบันยังมีนักวิชาการที่สนใจวิชาศึกษาและพยายามค้นหาต้นตอ และถกเถียงถึงที่มาของคำๆ นี้) (เจียแยนจอง, 2537)

   
   ถึงแม้นว่าผู้อพยพชาวจีนยูนนานที่อาศัยอยู่ในบริเวณภาคเหนือของไทย จะถูกคนพื้นเมืองเรียกรวมๆ กันว่าเป็นพวก “จีนฮ่อ” แต่ชาวจีนฮ่อก็มีลักษณะที่หลากหลายแบ่งเป็นได้หลายกลุ่ม อพยพมาจากหลายส่วนของมณฑลยูนนาน ดังนั้นจึงมีพื้นฐานทางสังคม วัฒนธรรมที่แตกต่างกันไป จากประวัติการอพยพถิ่นฐานแบ่งได้เป็นกลุ่มๆ ดังนี้ กลุ่มแรก กลุ่มพ่อค้าชาวยูนนาน เป็นกลุ่มคนที่เดินทางค้าขายในช่วงหน้าหนาวและหน้าแล้งโดยใช้ม้า-ล่อเป็นพาหนะ จากหลักฐานของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดอื่นๆ ในภาคเหนือของไทยในสมัยนั้น ได้กล่าวถึงกองคาราวานของพวกพ่อค้าชาวยูนนานที่เดินทางค้าขายไปมาระหว่างเทือกเขาต่างๆ จาก ยูนนานและจังหวัดในภาคเหนือของไทย (Hellet, 1890 และ Bock, 1884 อ้างใน Suthep Soonthornpasuch, 1977)
   
        มีบุคคลท่านหนึ่งในกลุ่มนี้ต่อมาได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากกษัตริย์ไทย ทรงแต่งตั้งให้เป็นขุนนาง (ท่านขุนชวงเลียง ลือเกียรติ) เนื่องจากได้สร้างความเจริญและมีส่วนให้ความช่วยเหลือต่อคนส่วนรวม ท่านจึงเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้นำของชาวมุสลิมในจังหวัดเชียงใหม่และในภาคเหนือในสมัยนั้น
   
   
       กลุ่มที่สอง กลุ่มชาวยูนนานอพยพ กลุ่มนี้เป็นผู้อพยพชาวยูนนานที่หลบหนีออกจากประเทศจีนเนื่องจากแรงกดดันทางการเมืองในช่วงศตวรรษที่ 19 ประเทศจีนปกครองโดยราชวงศ์เซ็ง ซึ่งดำเนินนโยบายบีบคั้นและทำการกดขี่ชาวจีนแมนดารินเป็นอย่างมาก จนในปี ค.ศ. 1856 มุสลิมชาวยูนนานทั้งหลายจึงได้รวมตัวกันต่อต้านพื้นที่แถบตะวันตกของมณฑลยูนนานและตั้งเมืองตาลีฟูเป็นเมืองหลวงของยูนนาน
   
      แต่ต่อมาภายหลังผู้นำมุสลิมคือสุลต่านชาวยูนนานชื่อ สุลัยมาน ถูกสังหารจึงทำให้ชาวมุสลิมถูกไล่ล่าสังหารอย่างโหดร้าย คนจำนวนนับพันถูกเข่นฆ่า จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้มุสลิมชาวยูนนานเป็นจำนวนมากหลบหนีเข้าสู่ประเทศพม่า เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณลุ่มน้ำสาละวิน กลุ่มที่สาม กลุ่มทหารกู้ชาติจีน หลังจากการปฏิวัติประเทศจีนได้ประสบความสำเร็จในปี ค.ศ. 1949 ภายใต้การนำของท่านเหมาเจ๋อตุง ซึ่งถือว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีนประสบชัยชนะอย่างเด็ดขาดเหนือพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) หรือพวกจีนคณะชาติ ทำให้ทหารกองพล 93 ของจีนคณะชาติต้องถอยร่นลงมาอยู่ตามแนวชายแดนไทย-พม่า และต่อมาส่วนหนึ่งได้เดินทางไปอยู่ที่ประเทศไต้หวัน อีกส่วนหนึ่งปักหลักอยู่ทางภาคเหนือของไทย ซึ่งรัฐบาลได้จัดสถานที่เป็นศูนย์ผู้อพยพอยู่ประมาณ 50 กว่าศูนย์ทั่วภาคเหนือ
   
   
         กลุ่มที่มีบทบาทและเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญต่อการตั้งถิ่นฐานของชาวมุสลิมเชียงใหม่ คือ กลุ่มของท่าน นะปะซาง (พ่อเลี้ยงเลานะ) ได้เข้ามาตั้งแคมป์อยู่บริเวณทุ่งเวสาลี ฝั่งตะวันออกของถนนโชตนา เมื่อพี่น้องมุสลิมมีจำนวนมากขึ้น ทั้งชาวมุสลิมที่มีเชื้อสายปากีสถานและชาวยูนนาน ท่านพ่อเลี้ยง เลานะจึงเป็นผู้นำสำคัญในการก่อสร้างมัสยิดขึ้นที่บริเวณดังกล่าวเรียกว่า “มัสยิดช้างเผือก”
   
   
          ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว กระแสคลื่นของผู้อพยพชาวจีนยูนนานยังคงหลั่งไหลมาโดยไม่ขาดสายเป็นระลอกๆ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2430 กลุ่มของท่านเจิงชงหลิ่งได้เดินทางเข้าสู่เมืองเชียงใหม่ ซึ่งตรงกับรัชสมัยของเจ้าอินทนนท์กำลังปกครองเมืองเชียงใหม่ในขณะนั้น ท่านเจิ้งชงหลิ่งเป็นผู้นำคนสำคัญยิ่งของชาวยูนนานมุสลิมที่ได้อพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมพารในประเทศไทย ท่านได้มีบทบาทในการสร้างหลักปักฐานให้กับชุมชนมุสลิมยูนนานและเป็นแกนนำในการสร้างมัสยิดบ้านฮ่อ อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการสนองคุณแผ่นดินในการสร้างเสริมความเจริญก้าวหน้าให้กับกิจการของทางราชการต่างๆ จนได้รับการแต่งตั้งบรรดาศักดิ์เป็น ขุนชวงเลียง ลือเกียรติ  
   
   
   ที่มา บรรณานุกรม หนังสือครบรอบ 80 ปี มัสยิดบ้านฮ่อ,2539*สุชาติ เศรษฐมาลินี -สุเทพ สุนทรเภสัช. ชาติพันธ์: แนวคิดพื้นฐานทางมานษยวิทยาในการศึกษาอัตลักษณ์ กลุ่มชาติพันธ์ กรุงเทพฯ: ส.น.พ. เมืองโบราณ (ลอกข้อความ) **
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 24, 2011, 09:37:24 pm โดย ป้อหลวงบ้าน » บันทึกการเข้า

วันเวลาที่ผ่านไปมันไม่ใช่แค่ทำให้คนเราชรา มันยังทำให้เราโตขึ้น ทุกวันๆ ทำให้เรารู้มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจโลกในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น รู้จักชีวิตดีขึ้น ศรัทธาชีวิตมากขึ้น นั่นหรือมิใช่ความน่าจะเป็นไปของผู้คน หรือแค่เพียงให้ได้เกิดมาแล้วก็ตาย ให้ครบรอบวัฏสงสาร   จอมยุทธ

ป้อหลวงบ้าน
Administrator
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 8569 Level 75 : Exp 42%
HP: 25.4%

มุสลิมเชียงใหม่


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 10, 2010, 03:04:38 pm »
แบ่งปัน

                                   
           
มุสลิมในประเทศจีน
           
Muslims in China
           
 
           
โดย อัล-ฮิลาล
           
ชาวมุสลิมในประเทศจีนมีสีสันมาก ประกอบด้วยคนหลายเชื้อชาติ หลายภาษา มีความหลากหลายยิ่งกว่ามุสลิมประเทศใดๆ ในโลก ในขณะที่มุสลิมในประเทศซาอุดิอารเบียประกอบไปด้วยชาวอาหรับซาอุดิฯ ส่วนใหญ่ หรือในตุรกีส่วนใหญ่เป็นชาวเติร์ก ชาวมุสลิมในจีนกลับประกอบไปด้วยชนชาติต่างๆ ถึง 10 ชนชาติ ได้แก่ หุย (Hui) อุยเกอร์ (Uyghur)คาซัก (Kazahs) เคอร์จิซ (Kyrgyz) ซาลาร์ (Salar) ทาจิก (Tajik) ตาตาร์ (Tatar)  ตงเซียง (Dongxiang) เปาอัน (Bao"an) และ อุซเบก (Uzbek) ทั้งวัฒนธรรมประเพณีก็แตกต่างกัน เป็นที่ที่น่าทึ่งที่สุดในโลก
           
จากตัวเลขอย่างเป็นทางการของจีน ในประเทศจีนมีชาวมุสลิมจำนวนประมาณ 20 ล้านคนเศษ จากจำนวนประชากรทั้งหมด 1,300 ล้านคน ชาวฮั่นเป็นประชากรส่วนใหญ่ของจีนคือ ร้อยละ 92-93  ที่เหลือเป็นชนกลุ่มน้อยอีก 55 ชนเผ่า ชาวมุสลิมจึงมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 1.5 ของประชากรประเทศจีน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขจำนวนชาวมุสลิมของทางการจีนดังกล่าวยังน่าสงสัย เนื่องจากข้อมูลของรัฐบาลปีค.ศ.1948 (China Yearbook ตีพิมพ์ในเมืองจุงกิง) ระบุว่า ชาวมุสลิมในประเทศจีนมีจำนวน 48,104,000 คน หรือประมาณร้อยละ 10 ของประชากรจีนทั้งประเทศในขณะนั้น 
           
ชาวมุสลิมในประเทศจีนแยกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่มเตอร์กิช พูดภาษาเตอร์กิช ใช้ตัวอักษรอารบิก และกลุ่มที่เป็นชาวจีนพูดภาษาแมนดารินหรือจีนกลางเหมือนชาวจีนทั่วไป
           
1. กลุ่มเตอร์กิช หรือเรียกว่า พวกซินเจียง (Xinjiang Muslims):
           
อุยเกอร์ (อุยกูร) 9.9 ล้านคน
           
คาซัก 1.5 ล้านคน  
           
เคอร์จิซ 200,000 คน
           
ทาจิก 50,000 คน
           
อุซเบก 20,000 คน
           
ตาร์ตาร์ 6,000 คน
           
รวมชาวมุสลิมกลุ่มเตอร์กิช 11.67 ล้านคน
           
2. ชาวจีนที่พูดภาษาแมนดาริน หรือ ชาวจีนมุสลิม (Inland Muslims/Chinese-speaking Muslims/ Sino-Muslims):
           
หุย 11 ล้านคน
           
ตงเซียง 520,000 คน 
           
ซาลาร์ 120,000 คน
           
เปาอัน 20,000 คน
           
ชาวฮั่นที่เปลี่ยนมานับถืออิสลาม ประมาณ 50,000~60,000 คน (ชาวฮั่นที่เปลี่ยนมานับถืออิสลามก่อนปีค.ศ.1949 ถูกจัดให้เป็นชาวหุย แต่พวกที่รับอิสลามหลังปีค.ศ.1949 ยังถือเป็นชาวฮั่นแม้ว่าบางส่วนอาจเปลี่ยนเชื้อชาติจากฮั่นมาเป็นหุยบ้างแล้ว)
           
รวมชาวมุสลิมกลุ่มที่พูดภาษาแมนดาริน 11.64 ล้านคน
           
รวมประชากรชาวมุสลิมในประเทศจีนทั้งหมด 23.31 ล้านคน
           
ชาวมุสลิมส่วนใหญ่อาศัยอยู่บริเวณเทือกเขา และแอ่งทะเลทรายแถบตะวันตกเฉียงเหนือ ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยเกอร์ (The Xinjiang Uygur Autonomous Region) เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุย (The Ningxia Hui Autonomous Region)  นอกจากนี้ชาวหุยอาศัยอยู่ในที่ราบภาคกลางแถบแม่น้ำเหลือง กันซู่ (Gansu), ชิงไห่ (Qinhai), เหอหนัน (Henan), เหอเป่ย (Hebei), ซันตง (Shandong),  มณฑลยูนนาน (Yunnan) ทางตะวันตกเฉียงใต้ ในเมืองใหญ่ชายฝั่งทะเลตะวันออกของจีน รวมทั้งเกาะไหหลำ (Hainan)
           
ที่มา   http://www.chinesemuslimthailand.com/printable.php?id=232
 
 ติดตามข้อมูลเพิ่มเต็มมุสลิมในประเทศจีนได้ที่http://www.chinesemuslimthailand.com
บันทึกการเข้า

วันเวลาที่ผ่านไปมันไม่ใช่แค่ทำให้คนเราชรา มันยังทำให้เราโตขึ้น ทุกวันๆ ทำให้เรารู้มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจโลกในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น รู้จักชีวิตดีขึ้น ศรัทธาชีวิตมากขึ้น นั่นหรือมิใช่ความน่าจะเป็นไปของผู้คน หรือแค่เพียงให้ได้เกิดมาแล้วก็ตาย ให้ครบรอบวัฏสงสาร   จอมยุทธ

ป้อหลวงบ้าน
Administrator
Hero Member
*****

Karma: +0/-0
กระทู้: 8569 Level 75 : Exp 42%
HP: 25.4%

มุสลิมเชียงใหม่


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 10, 2010, 03:14:16 pm »
แบ่งปัน

ปัจจุบัน จีนมีชาวมุสลิม ๒๐ ล้าน ๓ แสนคน ที่สำคัญคือประกอบด้วย ๑๐ ชนชาติ อันได้แก่ ชนชาติหุย ชนชาติอุยกูร์ ชนชาติคาซัค ชนชาติตงเซียง เป็นต้น ส่วนใหญ่พำนักอยู่ที่เขตภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เช่น เขตปกครองตนเองชนชาติอุยกูร์ซินเกียง มณฑลกันซู่ มณฑลชิงไห่ เขตปกครองตนเองชนชาติหุยแห่งหนิงเซี่ย เป็นต้น ในมณฑล นครและเขตปกครองตนเองอื่น ๆ ทั่วประเทศก็มีชาวมุสลิมพำนักอยู่ไม่มากก็น้อยครับ

ท่านผู้ฟังครับ ศาสนาอิสลามได้แพร่เข้าสู่ประเทศจีนตั้งแต่ศตวรรษที่ ๗ ถึงปัจจุบัน มีประวัติมาเป็นเวลากว่า ๑๓๐๐ ปีแล้ว ในสมัยเก่า ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวมุสลิมในประเทศจีนก็เช่นเดียวกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนจีนทั่วประเทศ ถูกกดขี่ขูดรีดจากจักรพรรดินิยม ศักดินานิยมและลัทธิทุนขุนนาง ชีวิตความเป็นอยู่ยากจนมากและก็มีฐานะต่ำมากในสังคม หลังจากจีนใหม่ได้สถาปนาขึ้นเมื่อปี ๑๙๔๙ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ หลังจากจีนได้ดำเนินนโยบายปฏิรูปและเปิดประเทศแล้วเป็นต้นมา สภาพชีวิตความเป็นอยู่และการพัฒนาของชาวมุสลิมในประเทศจีนได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ

    

สมาคมศาสนาอิสลามแห่งประเทศจีนได้สถาปนาขึ้นที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๑๙๕๓ ถึงวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๐๐๓ สมาคมศาสนาอิสลามแห่งประเทศจีนได้จัดตั้งคณะกรรมการชี้นำศาสนกิจของศาสนาอิสลามแห่งประเทศจีนขึ้น ปัจจุบัน ที่เขตพื้นที่ต่าง ๆ ของจีนที่มีชาวมุสลิมพำนักอยู่เป็นจำนวนมากต่างก็สถาปนาเขตปกครองตนเอง อำเภอปกครองตนเองขึ้น ขนบธรรมเนียมต่าง ๆ ของชาวมุสลิมได้รับความเคารพและการคุ้มครองจากรัฐบาลจีนอย่างเต็มที่ ชาวมุสลิมกับชาวฮั่นและชาวชนชาติอื่น ๆ ในประเทศจีนอยู่ร่วมกันฉันพี่น้องและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตัวอย่างเช่น เขตปกครองตนเองชนชาติหุยแห่งหนิงเซี่ยของจีน ซึ่งเป็นเขตที่มีชาวมุสลิมอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก รายได้สุทธิถัวเฉลี่ยต่อคนของบุคคลในเมืองประจำปี ๒๐๐๕ มีถึง ๘๐๙๓?๖ หยวนเหรินหมินปี้ ได้เพิ่มขึ้นมากกว่าปี ๒๐๐๔ ร้อยละ ๑๒?๑ รายได้สุทธิถัวเฉลี่ยต่อคนของชาวนาในปี ๒๐๐๕ มีถึง ๒๕๐๙ หยวน ได้เพิ่มขึ้นมากกว่าปี ๒๐๐๔ ร้อยละ ๘?๑ ถึงสิ้นปี ๒๐๐๕ ทั่วเขตปกครองตนเองชนชาติหุยแห่งหนิงเซี่ยมีมหาวิทยาลัย ๑๓ แห่ง มีนักศึกษารวม ๕๐๐๙๓ คน ในจำนวนนี้ มีนักศึกษาที่ทำปริญญาโท ๑๔๔๓ คน มีโรงเรียนมัธยม ๔๑๘ แห่ง มีนักเรียนมัธยมรวม ๕๐๖๔๒๒ คน มีโรงเรียนประถม ๒๕๒๗ แห่ง มีนักเรียนประถมรวม ๖๙๓๒๐๗ คน

เทศกาลที่สำคัญที่สุดของชาวมุสลิมในจีนคือ วันออกบวช (วันที่ ๒๙ กันยายนถึงวันที่ ๑ ตุลาคมทุกปี) เมื่อถึงวันออกบวช ชาวมุสลิมต้องอาบน้ำ แปรงฟัน ใส่ชุดวันงานที่ดีที่สุดไปเข้าร่วมงานฉลองในสุเหร่า แล้วแสดงความยินดีต่อกัน โดยทั่วไปทุกครอบครัวต่างก็เตรียมไว้ซึ่งอาหารที่ดีเพื่อเลี้ยงแขก ทั้งฝากของที่ระลึกซึ่งกันและกันด้วย

ชาวมุสลิมในจีนรับประทานอาหารวันละ ๓ มื้อ อาหารหลักคือ แป้งข้าวสาลีและข้าวจ้าว ชอบทานเนื้อวัว เนื้อแพะและผักสด แต่ไม่ทานหมูและเนื้อสัตว์อย่างอื่น ชาวมุสลิมในจีนห้ามสูบบุหรี่และดื่มเหล้า ชอบดื่มน้ำชา

ชาวมุสลิมในจีนเคยสร้างคุณูปกาารอันสำคัญเพื่อพัฒนาประเทศชาติ ตัวอย่างเช่น เจิ้งเหอ นักเดินเรือและนักการทูตอันยิ่งใหญ่ของจีนในสมัยราชวงศ์หมิง ที่เคยนำกองเรือขนาดใหญ่เดินเรือไปถึงเอเซียใต้และเอเซียกลาง ๗ ครั้งก็คือชาวมุสลิมในมณฑลยูนนานของจีน เขาได้สร้างคุณูปการอันสำคัญเพื่อพัฒนาการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมระหว่างจีนกับประเทศต่าง ๆ ในเอเซียและอาฟริการ

บันทึกการเข้า

วันเวลาที่ผ่านไปมันไม่ใช่แค่ทำให้คนเราชรา มันยังทำให้เราโตขึ้น ทุกวันๆ ทำให้เรารู้มากขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจโลกในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น รู้จักชีวิตดีขึ้น ศรัทธาชีวิตมากขึ้น นั่นหรือมิใช่ความน่าจะเป็นไปของผู้คน หรือแค่เพียงให้ได้เกิดมาแล้วก็ตาย ให้ครบรอบวัฏสงสาร   จอมยุทธ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป:  



ให้ความเพ้อฝันได้เป็นความเพ้อฝันอยู่อย่างนั้น แม้สังคมในอุดมคติจะเกิดขึ้นมิได้ที่นี่ นั่นไม่ได้หมายความว่า จะต้องโอนอ่อนผ่อนตามกระแสธารแห่งกิเลส ที่ติดตามมาจากโลกแห่งความเป็นจริง และมุสลิมเชียงใหม่มิได้แสวงหาความเป็นเลิศ หรือยึดโยงอยู่กับสถิติผู้เยี่ยมชม

    และนี่คือขยะกองใหญ่ เชิญท่านทั้งหลายขุดคุ้ยค้นหา แยกเอาแต่สิ่งดีๆ หยิบฉวยติดมือออกไปใช้ประโยชน์ ต่อยอด เทียบเคียง ประยุกต์ใช้ 
ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่หยิบยื่นประสบการณ์ แนวคิดและมุมมองเหล่านี้ ไว้ให้เป็นวิทยาทาน และด้วยความทรงจำที่ดีต่อกั



(ด้วยแนวคิดที่คล้ายคลึงกันคัดลอกคำคมจากบ้านจอมยุทธ์ขอบคุณครับ)
เพื่อความยั่งยืนของ มุสลิมเชียงใหม่ดอทเน็ต

Check Page Rank of your Web site pages instantly:

This page rank checking tool is powered by Page Rank Checker service



* ร้านอาหาร ห้องพัก ธุระกิจ มุสลิมในภาคเหนือ
ไม่พบโพส

Black Styler by MadBlazer